Thursday, February 27, 2014

ทำไมพรรคเพื่อไทย ถึงต้องเอาเรื่องขั้วอำนาจเดิมเป็นประเด็นตัวชูโรงในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น?



ทำไมพรรคเพื่อไทย ถึงต้องเอาเรื่องขั้วอำนาจเดิมเป็นประเด็นตัวชูโรงในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น?

ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาหลัก ก่อนอื่น ขออธิบายสิ่งที่เรียกว่า Probatio Diabolica หรืออีกชื่อหนึ่ง Devil's Proof คืออะไรก่อน

Probatio Diabolica เป็นหลักการทางตรรกะศาสตร์ที่กล่าวถึงความเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ในสิ่งที่ไม่มีอยู่

สมมุติว่าต้องมีการพิสูจน์ว่า วัตถุชิ้นหนึ่งมีอยู่จริง
ในกรณีที่มีการเอาหลักฐานมาถึงการมีอยู่ ก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง
แต่ถ้าหาหลักฐานมาไม่ได้ ความเป็นไปได้จะมีอยู่2อย่าง คือ
1.ไม่มีอยู่
กับ
2.มีอยู่จริงแต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
จึงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ที่จะพิสูจน์สิ่งที่ไม่มีอยู่ว่ามีจริงหรือไม่

เช่น ถ้าจะเอาตัวอย่างที่คนทั่วไปอาจเข้าใจได้ง่ายก็คือ การพิสูจน์ว่าพระเจ้าปีศาจภูติผีเทวดามีจริงหรือไม่
หรือถ้าจะให้พูดแบบไทยๆหน่อย ก็คือ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

และนี่ เป็นกระบวนการความคิดที่ติดรากอยู่กับคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนชนบท


ผลที่ตามมาก็คือ ความผิดพลาดทางตรรกศาสตร์ ที่ว่า ถ้าฉันไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเท็จได้ เรื่องนั้นย่อมต้องเป็นจริง ทำให้วาทะกรรมต่างๆนั้น เป็นเรื่องจริงสำหรับบุคคลนั้นๆซึ่งเลือกที่จะเชื่อ
และความคิดไร้เหตุผลที่ใกล้เคียงกันก็ได้เกิดตามมาด้วย เช่น
พรรคนี้ทำให้ฉันเดือดร้อน ฉนั้น อีกพรรคนึงจึงต้องดี
กลุ่มที่ฉันไม่ชอบนั้นพูดเป็นเท็จหมด กลุ่มที่ฉันชอบพูดเป็นจริงหมด
คนนั้นไม่ใช่พวกฉัน ฉนั้นคนนั้นจึงต้องเป็นพวกเดียวกันกับศัตรูฉัน
 เป็นต้น

ข้อแตกต่างระหว่าง วาทะกรรม ระบอบอำมาตย์(ขั้วอำนาจเก่า) กับ ระบอบทักษิณย์(ขั้วอำนาจใหม่) ต่างกันยังไง?

ระบอบทักษิณย์ คือเครือข่ายทางการเมืองหรือธุรกิจ ที่คนตระกูลหรือสายเลือดเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร
ถ้าจะให้ลดระดับลงมา ก็คงจะเป็นธุรกิจ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปช และพรรคเพื่อไทย
ซึ่งนี่ มีความชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ต่อต้านพรรคเพื่อไทย มีจุดร่วมที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้

ทว่า สิ่งที่ เป็นปัญหากับพรรคเพื่อไทยคือ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถที่จะระบุศัตรูของตัวเองอย่างเจาะกลุ่มแล้วให้เป็นจริงทั้งหมดได้
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ศัตรูหลักของ พรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน คือ กปปส ถ้าย้อนไปอดีตหน่อย ก็เสื้อเหลืองกับเสื้อหลากสี
แต่ผู้ที่เป็นปรปักษ์กับพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ไม่ได้เป็นแนวร่วมกับศัตรูหลักทั้งหมด ในทางกลับกัน ที่ไม่ชอบศัตรูหลักด้วยก็มีมากแบบเจาะจงไม่ได้

การใช้ วาทะกรรมโจมตี คู่ปรับหลัก จึงไม่มีความหมายที่จะโน้มน้าวจิตใจของผู้ต่อต้านกลุ่มอื่นๆ
และผู้ที่ชื่นชอบพรรคเพื่อไทยเอง ก็ไม่สามารถเจาะจงได้ว่าศัตรูทั้งหมดของตนคืออะไร ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางกระบวนการความคิดภายใน

แล้ววาทะกรรมระบอบอำมาตย์นั้นต่างกันยังไง?
ประเด็นหลักเลยก็คือ ระบอบอำมาตย์ เป็นวาทะกรรมเลื่อนลอยที่ทางพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ระบุเจาะจงว่าเป็นใครได้ทั้งหมด เมื่อไม่การเจาะจงที่แน่นอนแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับกระบวนการความคิดคือ
[x] คือ ศัตรู
ซึ่งสิ่งที่อยู่ในช่องว่างนั้น กลายเป็นตัวแปรไร้ข้อจำกัดที่ไม่มีข้อพิสูจน์ได้ว่าคืออะไร สำหรับผู้ที่ชื่นชมพรรคเพื่อไทย ให้เป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองไม่ชอบใส่ลงไป เป็นการรักษาแนวร่วมของตัวเอง สร้างมโนภาพว่า พวกเรามีศัตรูร่วมกัน

ในการเสนอข้อมูล วาทะกรรมและข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับมโนภาพของ(ชนชั้นสูง) ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไกลตัวประชาชน เมื่อประชาชนไม่สามารถที่จะหาหลักฐานด้วยตัวเองได้ ก็ต้องตัดสินใจโดยการพึ่งหลักฐานที่ฝ่ายต่างๆเสนอมา แต่ประชาชนเอง ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้เต็มร้อยว่า หลักฐานนั้นจริงหรือไม่ เมื่อไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีจริง ก็จะเกิดกระบวนการความคิดที่ว่าเรื่องที่กล่าวมานั้นจริงขึ้นมา

ทว่า หาก จะนิยาม ระบอบอำมาตย์ว่าหมายถึงผู้มีทุนและอำนาจแล้ว อยากจะขอเรียนถามท่านผู้อ่านหน่อยว่า
ประเทศไทยในขณะนี้ ใครที่มีเงินทุนและอำนาจมากกว่าเครือตระกูลชินวัตรบ้าง?

การที่จะพูดเรื่องว่า การต่อสู้ของกปปสกับพรรคเพื่อไทย เป็นการต่อสู้ขัดแย้งระหว่างชนชั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ไร้สาระเป็นอย่างมาก

Thursday, February 20, 2014

Life Dilemma

ถ้าตื่นเช้า วันๆนึงต้องมายุ่งกับเรื่องในบ้านไม่ว่าจะอยากยุ่งด้วยหรือไม่ก็ตาม
แต่พอต้องมาสนเรื่องในบ้านกับคนอื่นแล้วก็จะไม่มีเวลาทำงาน
แต่พอไม่ยุ่งเรื่องบ้านก็ถูกบอกว่า ไม่สนเรื่องในบ้านกับเรื่องรอบตัว

ถ้าตื่นเช้าแล้วจะไม่ได้ทำงาน เลยตื่นบ่ายถึงเย็น
ทำงานจนถึงเช้าทุกวัน ไม่หยุดจนกว่าโควต้าต่อวันจะเสร็จ
ก็บอกมาว่าใช้ชีวิตไม่เป็นเวลา

ถ้าไม่ทำงานเต็มที่โปรเจ็คก็ไม่เสร็จ ที่ทำมาก็สูญเปล่า
แต่พอทำงานเต็มที่ก็โดนบอกมาว่า ไม่ได้ออกนอกบ้าน ไม่ได้เจอผู้คน






คุยกับคนอื่นทางเน็ตก็บอกมาว่า อยู่แต่กับโลกของตัวเอง

จะบ่นก็ไม่ได้ แต่พอจะอดทนก็มาว่าๆ ทำไมต้องอดทน


แล้วจะให้ทำยังไง!!!???

------------------------------------

文句をいうのもよくない。しかし、我慢をするのもよくない。

事情をかまうと働く時間が無くなる。しかし、かまわない場合文句言われる。

働かなければプロジェクトが完成しないし、今までやってきたことが無駄になる。

しかし、一生懸命働くと 外に出ないとか 人に会わないとか 文句言われる。
ネットで他人と会話しても、自分だけの世界とか言われる。

じゃ、どうするというのよ!!!???